ห้วงยามแห่งความคิดถึง ..สมทรง

วันนี้คงเป็นอีกวัน.. ที่ฉันได้นั่งย้อนเวลาไปกับเรื่องราวต่างๆในอดีต
ปิดเทอมมาเกือบเดือนแล้ว ฉันก็ยังคงใช้ชีวิตแบบซ้ำๆเดิมๆวนไปวนมา
ไม่ได้มีแก่นสารหรือเป็นประโยชน์แก่เพื่อนมนุษย์หรืออย่างไรเลย

ตั้งแต่กลับมา ก็เพิ่งได้ออกไปเจอกับเพื่อนเก่า(ซึ่งไม่ครบแก๊งด้วย!!!) แค่ครั้งเดียวเอง
ทุกครั้งที่นั่งดูรูปเก่าๆ ฉันคิดถึงเหลือเกิน…
คิดถึงช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นเหลือเกิน..
ไม่รู้ทำไมว่าช่วงชีวิตของฉันในตอนนี้ ปีนี้ ถึงได้คิดถึงแต่เรื่องราวเก่าๆ
และชีวิตช่วงนี้ในปีที่แล้วเหลือเกิน

อาจเพราะปีที่ผ่านมา เป็นปีที่มีอะไรเกิดขึ้นมากมาย
เพราะมันมีทางแยก ที่ให้ฉันต้องเลือกเดิน
มีปัญญาและอุปสรรคที่ให้ฉันต้องแก้ และฝ่าฟันมันมาให้ได้
มีเรื่องราวใหม่ๆ สถานที่ใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ การใช้ชีวืตแบบใหม่ๆ
ให้ฉันให้ลอง ให้ฉันได้ทำ

การเปลี่ยนผ่านจากเด็กมัธยมที่ไร้จุดหมายและเพียงสนุกไปวันๆ
มาเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัย ที่มีอะไรให้ทำมากมาย
(ได้เป็นเฟรชชี่ที่พี่ๆก็รัก พี่ๆก็โอ๋)
แน่นอนว่าชีวิตวัยนี้ สิ่งที่คิดถึงไม่ใช่มีเพียงแต่แค่ตัวเอง ครอบครัวและเพื่อนฝูงเท่านั้น
แต่ยังมีเพื่อนมนุษย์ ประเทศชาติ และโลกให้เราต้องคิดถึงพวกเขาอีกมาก
โลกมันได้กว้างใหญ่ขึ้นแล้วจริงๆ

ฉะนั้นพอได้กลับมาสู่โลกเล็กๆ ที่บ้านแสนอบอุ่นหลังเดิมๆ
มันก็อดไม่ได้ที่เราอยากจะทำตัวให้กลายเป็นเด็กน้อยอีกครั้ง
ที่ไม่ต้องคิดถึงปัจจุบันหรืออนาคต
อยู่ในโลกของวัยเยาว์ ที่มีแต่เราและครอบครัว
และความทรงจำที่งดงามที่มันอาจไม่ได้เติบโตหรืองอกงามขึ้น
แต่เราก็ยังคงหล่อเลี้ยงมันไว้ ให้มันงดงามดังเดิมตลอดไป
ที่ไม่ว่าจะหวนคิดถึงมันเมื่อไหร่ ก็จะมีรอยยิ้ม(บนคราบน้ำตาของความคะนึง)

หากจะให้ฉันเขียนถึงทุกสิ่งที่ฉันคิดถึงพรุ่งนี้เช้าก็คงยังเขียนไม่จบ
เพราะฉันนั้นมีความทรงจำดีๆกับทุกๆคนและทุกๆสิ่งมากมายเสียเหลือเกิน
แน่นอนว่า mybestfriend อย่างกานต์ ฉันก็ยังคิดถึงในทุกๆวัน
และยังคิดถึงอนาคตที่เราจะเติบโตไปด้วยกันและมีกันและกันเหมือนในวันนี้
ฉันคิดถึงเหมียว ปลา มีน น้ำตาล ในช่วงเวลาที่พวกเรามีกันและกันห้าคน
คิดถึงปลาพร้อมความฝันที่เคยมีด้วยกัน
ฉันคิดถึงชมพู่ อัสมา เอ๋ย ในช่วงเวลาที่ทั้งสามได้มาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเรา
และที่เราได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ฉันคิดถึงกล้วย ก้อย พิม ทราย เจน เบนซ์ แตง กับความทรงจำทั้งหมดที่เคยผ่านมาด้วยกัน

เพื่อนเก่าที่ฉันเอ่ยนามมาทั้งหมด..
ฉันยังให้ในอีกสิบปีหรือยี่สิบปีข้างหน้า พวกเรายังมีกันและกัน
ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไปเที่ยวด้วยกัน และจะยังกอดคอกันได้เหมือนวันเก่าๆ

และแน่นอนอีกว่า ฉันยังคิดถึงชายในฝันของฉันทุกๆคืน
ผู้ชายที่มาตอกย้ำความเป็นเด็กช่างฝันของฉันให้ชัดเจนขึ้น
ชายในฝันที่เป็นดั่งเพื่อนที่คุ้นเคยราวกับว่าเรามีมิตรภาพที่ดีกันมานาน
ฉันว่า..มันช่างโชคดี ที่ซีได้โผล่เข้ามาในช่วงชีวิตฉัน ณ ห้วงเวลานั้น
ห้วงเวลาที่ถึงทางแยก
และกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในช่วงหนึ่งของชีวิต
เธอเข้ามาได้ถูกจังหวะ ถูกที่ และถูกเวลา
เพราะเธอได้เชื่อมห้วงแห่งชีวิตของฉันไว้
และยังได้เชื่อมวันเวลาในปีนี้กับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี
เธอเข้ามาทำให้ช่วงชีวิตตอนนั้นของฉันน่าจดจำ
(แม้อาจมีเรื่องที่คิดทีไรแล้วมันสยองจนไม่น่าจดจำอยู่บ้าง)
ทำให้ชีวิตของฉันได้มีอะไรใหม่
เธอทำให้ฉันมีคนที่คิดถึงอยู่ตลอดเวลา
ทำให้ฉันรู้สึกราวกับว่าได้มีเพื่อนที่แสนจะคุ้นเคย (แม้จะเป็นแค่จินตนาการ)
และค่อยๆกลิ้งวงกลมไปพร้อมๆกันกับฉัน
ฉันเรียกมันว่าการกลิ้งวงกลม อื้ม.. ใช่แล้วล่ะ
เพราะตลอดเวลาที่ฉัน(รู้สึก)มีเธออยู่ข้างๆ
แต่เธอก็ไม่เคยมาก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวฉันเลย (แต่ส่วนใหญ่ฉันจะยอมให้เธอก้าวก่ายเอง ฮิ)
ฉะนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงล่ะจ่ะว่าการมีเธอ
จะทำให้ฉันถูกริดรอนพื้นที่ส่วนตัวของตัวเองไป..
เธอช่างรู้เวลา และหน้าที่ของเธอดีว่า ควร หรือไม่ควรเวลาไหน อย่างไร..
(ก็แน่นอน เธอคือภาพในมโนคตินี่ : ชิ ย้ำกูจัง!! , ‘ความคิดเริ่มทะเลาะกัน’)

อ้าว เกือบลืมไปเลยว่าที่เข้ามาเขียนนี้ ก็เพื่อจะเขียนถึงก้อย
(แหม๋ พูดเรื่องซีทีไรนี่มันเพลินเสียจริงๆ แหะๆ)

ก้อยคือสาเหตุที่ทำให้ฉันได้มาเขียนในวันนี้
เพราะก่อนหน้านี้ ฉันไปหยิบซองกระดาษที่ใส่จดหมายเก่าๆของเพื่อนไว้
และฉันเลือกที่จะหยิบของก้อยมาอ่าน (เพราะไม่ได้อ่านมันบ่อยนัก)
ฉันค่อยๆอ่านมัน พร้อมกับรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และคราบน้ำตา ที่มาเป็นระลอก
ฉันลืมถ้อยคำจาก FS ของก้อยไปเกือบหมดแล้ว
และเมื่อได้อ่านมัน ก็ทำให้รู้ว่า เรานี่ ยังไม่เอาไหนเหมือนเดิมเลยนะ
… ก้อยเพื่อนรัก กูคงไม่ได้เป็นผู้กำกับแล้ว และกูก็ไม่ได้เป็นนิสิตจุฬาด้วย
แต่ก้อยเอย กูไม่ได้เสียใจเลย
เพราะการได้เป็นนิสิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มันเป็นเรื่องที่กูภาคภูมิใจที่สุด
และรู้ว่า มึงก็จะภาคภูมิใจไปกับกูด้วย
และที่ดีไปกว่านั้น ภาควิชาที่กูได้เรียน มันตรงกับเป้าหมายในชีวิตของกูเสียมากกว่า
ถ้ากูเคยบอกมึงไปและมึงยังจำได้ ว่าทำไมกูถึงอยากเป็นผู้กำกับ
..ทำไมน่ะหรอ กูเคยบอกว่า กูอยากสร้างหนัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ
และดลบันดาลใจให้ใครต่อใคร ได้ลุกขึ้นมาทำแต่สิ่งที่ดีๆ และมีประโยชน์
จะได้ช่วยเหลือชาวบ้านที่ตกทุกข์ได้ยาก ทำให้ประเทศชาติของเราพัฒนาขึ้น
และโลกของเราดีขึ้น ..นี่ไงความฝันกู
ตอนนี้กูเข้าใจแล้วว่า
เป้าหมายเดียวกัน ก็ไม่จำเป็นว่าต้องเดินในเส้นทางเดียวกันก็ได้
มีทางแยกให้เราตั้งมากมายให้เราเลือกเดินและเผชิญ
แต่ท้ายสุดแล้ว ก็ไปถึงเป้าหมายนั้นอยู่ดี
ฉะนั้น กูไม่ได้เสียใจเลยที่ไม่ได้เป็นผู้กำกับ
เพราะถึงกูไม่ได้สร้างหนัง
แต่ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาของกู
ก็ได้สอนให้ว่ากูควรช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างไร
เขาสอนระบบความคิดให้กู รักและเข้าใจเพื่อนมนุษย์มากขึ้น
แม้ไม่ได้เป็นผู้กำกับสร้างหนังแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่
แต่กูก็ยังคงเป็นอุ้มที่มีหัวใจดวงเดิม
ที่จะใช้หนึ่งสมอง สองมือ สองเท้า และหนึ่งหัวใจเล็กๆ ในการช่วยเหลือเเพื่อนมนุษย์ให้ได้
กูอาจเป็นเพีงจุดเล็กๆ แต่กูก็ขอจะเป็นจุดเล็กๆที่ยิ่งใหญ่นะ
ก้อย..กูรู้ว่าภาควิชาเอกของมึง ก็สอนให้มึงรักและเข้าใจเพื่อนมนุษย์ด้วยเช่นเดียวกัน
…ดีใจเหลือเกิน ที่วันนี้ได้มาบอกเล่าความฝันเขาเพื่อนอย่างมึงฟัง
และ
ก้อย.. สิ่งที่มึงได้เขียนให้กูมาใน FS ทำมือแผ่นนั้น
กูยังทำไม่ได้สักข้อเลย
-น้ำโค้กกูก็ยังกิน
-กูยังแอบหลับในห้องเหมือนเดิม
-แถมกูยังเป็นผู้นำที่ชอบเผด็จการเหมือนเดิมด้วย
-และกูก็ยังเป็นเด็กที่ไม่รู้จักโตในสายตาทุกคน
-กูยังชอบเอาแต่ใจ จนทำให้ใครต่อใครเดือดร้อนมากมาย
แต่สิ่งหนึ่งนะก้อย ที่กูทำให้มึงได้แล้ว
นั่นคือ.. กูไม่ร้องไห้ให้ใครเห็นอีกแล้ว
(ยกเว้นตอนกูเมาแล้วโดนรุ่นพี่แกล้งตอนสอบเสร็จ)
กูรู้แล้วว่าโลกใบนี้ ไม่ต้องการอ่อนแอ (ถึงแม้ว่าบนโลกใบนี้มันจะเต็มไปด้วยคนอ่อนแอก็เถอะ)
และไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับความอ่อนแอของเราได้
ไม่ใช่ทุกคนที่จะสงสารและพร้อมหยิบยื่นมือมาโอบกอดเรา
ยังมีคนอีกมากมายที่รอจะซ้ำเติมเราและเหยียบย่ำให้เรายิ่งตกต่ำลงไป
แต่ก้อยเอย.. กูมันช่างโชคดีเหลือเกิน
ที่เกิดมา ก็มาครอบครัวที่คอยห่วงแสนห่วง(และโครตบรมหวง)
มีเพื่อนกี่คนๆก็มีแต่เพื่อนดีๆ
ตอนอยู่ม.ปลาย ถูกห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนที่น่ารักอย่างทุกคน
พอเข้ามหา’ลัย ก็ได้ไปเจอสังคมดีๆ มีกลุ่มเพื่อนดีๆ มีรุ่นพี่ดีๆ
ที่ทั้งรักและห่วงใยกู เหมือนที่พวกมึงเคยเป็น
นี่ล่ะน้า กูถึงแต่ทำตัวเป็นเด็กและเอาแต่ใจไม่เลิก
(กูคงต้องเจอของจริงเข้าสักวัน ถึงจะรู้สึกมั้ง)
แต่ก้อย.. ต่อไปนี้ กูทำให้มึงภูมิใจในตัวกูให้ได็
กูจะต้องเป็นเพื่อนที่ดีของทุกๆคนให้ได้
กูไม่สัญญานะ! แต่นี่คือ”คำปฏิญาณ”
(กูไม่ค่อยชอบการสัญญาเท่าไหร่ ตราบใดที่โลกยังหมุน และคนยังเกิดและตาย)

ก้อย..ที่รัก
-กูจะลดละน้ำโค้ก เปปซี่หรือน้ำอัดลมให้ได้ (เผื่อจะผอมกับเขาบ้าง)
-กูจะตั้งใจเรียน เผื่อจะได้นำความรู้ทั้งหมดมาพัฒนาบ้านเกิดของเรา
และประเทศชาติของเราได้อย่างเต็มความสามารถ
-กูจะเป็นผู้นำที่ใจเย็นให้มากๆ
-กูจะเติบโตและเป็นผู้ใหญ่ให้มากขึ้นของโลกแห่งความเป็นจริง
(แต่กูขอเป็นพื้นที่เล็กๆเอาไว้นะ)
-กูจะเลิกเอาแต่ใจและทำคนอื่นเดือดร้อนเสียที
เพราะกับอีกแค่การที่กูไม่สามารถทำให้คนใกล้ชิดเลิกเดือดร้อนได้
แล้วจะนับประสาอะไรที่กูจะไปช่วยเหลือให้คนอื่นพ้นจากความเดือนร้อนจริงไหมล่ะ

:)

ก้อย.. วันนี้กูเขียนซะยาวเชียว
แต่หวังว่ามึงคงจะอ่านมันจบ และมาถึงตรงนี้
กูรักมึงนะก้อย
จะอีกสิบปีหรือยี่สิบปี กูก็ยังอยากให้มึงเป็นเพื่อนกับกูแบบนี้ต่อไป
เติบโตไปด้วยกัน และแก่ไปด้วยกัน
(ส่วนเรื่องใครตายก่อนกันนั้น แล้วแต่เวรแต่กรรมเถอะนะนะ)

ปล.อ้อ มึงพิสูจน์ตัวเองได้แล้วสินะ ว่ามึงน่ะนิสัยดีแค่ไหน
เพราะเพื่อนที่มึงคบมาหลายปีคนนั้น ที่เคยทิ้งมึงไป
วันนี้ เขาก็กลับมาหามึงแล้วนี่ :)
มึงเป็นคนดีนะ จำไว้
และมึงก็เป็นเพื่อนที่ดี ด้วย สมทรงเอ้ย ;p

Advertisement

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.